ประกันสุขภาพลูกน้อย เด็กเล็ก

รายละเอียดเพิ่มเติม


ประกันสุขภาพแบบเด็ก อายุ 30 วัน - 5 ปี เบี้ยประกันถูกกว่าค่ารักษาพยาบาลแน่นอน

 ** เงื่อนไขง่ายๆ ทำประกันวันนี้ ไม่ต้องสำรองจ่าย ซื้อประกันสุขภาพบุตร ไม่ต้องจ่ายพ่วงกับบิดา หรือ มารดา**

1. สมัคร ยื่นเอกสาร และชำระเบี้ยประกัน (ชำระโดยเงินสด เช็ค โอนเงินเข้าบัญชีบริษัท หรือบัตรเครดิต ได้หมด)

2. ระยะเวลารอคอย 30 วัน ถึงจะเบิกประกันได้ (สำหรับกรณีอุบัติเหตุ เบิกได้ตั้งแต่กรมธรรม์อนุมัติ)

3. ยื่นบัตร ไม่ต้องสำรองจ่าย ยกเว้น กลุ่มโรคที่ต้องใช้เวลาตรวจสอบประวัติ (ทางโรงพบายาบดำเนินการประสานงานกับ บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต)

4. เข้ารักษาด้วยโรคเดิมใช้วงเงินต่อเนื่องหากไม่เกิน 90 วัน นับจากวันที่ออกจากโรงพยาบาลครั้งสุดท้าย (หากคนละโรคใช้วงเงินใหม่ตามแบบ)

 

ประกันสุขภาพเด็ก ประกันสุขภาพจากเมืองไทยประกันชีวิต ประกันสุขภาพ ประกันสุขภาพเด็ก

!!! เพราะเด็กมีภูมิคุ้มกันต่ำ จึงเจ็บป่วยบ่อย !!!

- มีสาเหตุจากสภาพอากาศเปลี่ยนบ่อย ติดเชื้อจากที่โรงเรียน หรือจากผู้ปกครอง คนใกล้ชิด

- ประกันสุขภาพเด็ก อายุ 1 เดือน - 5 ปี คุ้มครองค่าใช้จ่าย ADMIT เข้ารักษาที่ รพ.เอกชน ทั่่วประเทศ *

- โรคไวรัส RSV ก็ต้องระวัง เด็กป่วยเยอะมากในช่วงนี้ รักษาตามอาการ ณ ปัจจุบัน

ประกันสุขภาพเด็ก เด็กแรกเกิด เด็กเล็ก อายุ 1 เดือน-5 ปี และ 6 ปี -10 ปี ของบริษัทเมืองไทยประกันชีวิต

1. คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล ไม่ต้องสำรองจ่าย ตามวงเงินคุ้มครองในแบบประกัน

2. เน้นความคุ้มครองเด็กเล็กช่วงก่อนเข้าโรงเรียน ที่ยังมีภูมิคุ้มกันต่ำ และเด็กเล็กก่อนเข้าอนุบาล รวมถึงเด็กแรกเกิด

3. คุ้มครองโรคยอดฮิต มือ เท้า ปาก และเป็นไข้สูง ตัวร้อน ปอดบวม อาหารเป็นพิษ

4. อุบัติเหตุก็คุ้มครองค่ารักษาพยาบาลแบบผู้ป่วยนอกด้วย ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล หกล้มอุบัติเหตุ แผลนิดหน่อยก็เคลมได้

ค่าใช้จ่ายในโรงพยาบาลเอกชน ต่อครั้งสูงมาก ให้บริษัทประกันเป็นผู้รับผิดชอบจ่ายแทน ท่านจะหมดกังวลเวลาลูกน้อยเข้าโรงพยาบาลและสบายกระเป๋า ไม่ต้องกังวลค่าใช้จ่ายหลายหมื่นบาท ลูกป่วย ไม่สบายต้องรีบพาไปพบแพทย์ตรวจวินิจฉัย มีประกันสุขภาพเด็กเล็ก ไว้คุ้มครองค่ารักษาพยาบาล ค่าแพทย์ เบี้ยประกันสุขภาพไม่แพงเมื่อเทียบกับค่ารักษาพยาบาล ใช้สิทธิ์ร่วมกับโรงพยาบาลในเครือของบริษัทเมืองไทยประกันชีวิตกว่า 420 แห่งทั่วประเทศ

 

โรคอันตรายในเด็ก ที่พ่อแม่ต้องระวัง

โรคมือ เท้า ปาก

เกิดจากเชื้อเอนเทอโรไวรัส (Enterovirus) และคอคซาคีไวรัส (Coxsackievirus) เป็นสาเหตุ มักพบในเด็กอายุต่ำกว่า 10 ปี พบได้บ่อยในเด็กทารกและเด็กเล็ก ซึ่งมักมีอาการรุนแรงมากกว่าเด็กโต จะพบมากในช่วงฤดูร้อน ไวรัสจะทำให้มีไข้ เจ็บคอและมีแผลเกิดขึ้นในปากบนฝ่ามือและฝ่าเท้า

 

โรคอีสุกอีใส

เป็นโรคติดต่อที่พบได้บ่อยในเด็ก ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อไวรัสวาริเซลลา-ซอสเตอร์ โดยทั่วไปจะพบอัตราการป่วยได้สูงสุดในกลุ่มอายุ 5-9 ปี รองลงมาคือ 0-4 ปี, 10-14 ปี, 15-24 ปี และ 25-34 ปี ตามลำดับ เด็กจะมีไข้ต่ำ มีอาการอ่อนเพลีย และเบื่ออาหารเล็กน้อย จากนั้นผู้ป่วยจะเริ่มมีผื่นขึ้น ซึ่งจะขึ้นพร้อม ๆ กันกับวันที่เริ่มมีไข้ หรือขึ้นหลังจากมีไข้ประมาณ 1-2 วัน

 

โรคหัด

ไวรัสที่ทำให้เกิดโรคหัดคือ “Rubeola” โรคหัดเป็นความเจ็บป่วยเฉียบพลันจากเชื้อไวรัสที่สามารถนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิตได้ มักพบในเด็กอายุ 2-14 ปี และพบได้บ่อยในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี มักไม่พบในทารกอายุต่ำกว่า 6-8 เดือน เนื่องจากยังมีภูมิคุ้มกันที่ได้รับจากมารดาตั้งแต่อยู่ในครรภ์ ผู้ป่วยจะเริ่มต้นด้วยอาการมีไข้สูงตัวร้อนขึ้นมาทันทีทันใด ในระยะแรกจะมีอาการคล้ายโรคหวัด

 

โรคไข้เลือดออก

เกิดจากการติดเชื้อไวรัสไข้เลือดออกเดงกี (Dengue virus) ซึ่งมีอยู่ 4 สายพันธุ์ จัดอยู่ในกลุ่ม Flavivirus และสามารถแพร่ได้โดยมียุงลายเป็นพาหะ มักเกิดในช่วงหน้าร้อนที่มียุงเยอะ อาการของโรคคือ มีไข้สูงหลายวัน ปวดศีรษะ ซึม ปัสสาวะน้อย  อาจมีอาการหวัด ปวดเมื่อยตัว คลื่นไส้อาเจียนร่วมด้วย ในปัจจุบันยังไม่มียาที่สามารถกำจัดเชื้อไข้เลือดออกได้

 

โรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบ

           พบมากในเด็กอ่อน เด็กเล็ก เป็นโรคที่เกิดการติดเชื้อที่อาจเกิดจากเชื้อไวรัส เชื้อแบคทีเรีย หรือเชื้อราบริเวณเยื่อหุ้มที่หุ้มรอบสมองและไขสันหลังจนทำให้บริเวณดังกล่าวอักเสบบวม อาการที่พบมักมีไข้สูง เด็กกระสับกระส่าย ร้องโยเย ร้องไห้เสียงสูง ไม่ดูดนม อาจมีอาเจียน มีอาการชัก บริเวณกระหม่อมโป่งนูนจากการเพิ่มความดันในสมอง


ไวรัส RSV

ในช่วงปลายฝนต้นหนาว หนึ่งในโรคที่เป็นปัญหาสำคัญในวัยทารกและเด็กเล็กที่คุณพ่อคุณแม่คงเคยได้ยินกันบ่อยๆ ก็คือ “โรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัส RSV” ซึ่งเป็นโรคที่มีอาการคล้ายไข้หวัด แต่อาจก่อให้เกิดอาการรุนแรงถึงขั้นปอดอักเสบได้

 

RSV หรือชื่อเต็มๆ ว่า Respiratory Syncytial Virus เป็นเชื้อไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคในระบบทางเดินหายใจโดยเฉพาะในเด็กเล็ก เชื้อไวรัสนี้สามารถทำให้เกิดภาวะปอดอักเสบได้เนื่องจากมักเกิดพยาธิสภาพในส่วนของหลอดลมเล็ก (bronchiole) และถุงลม (alveoli) ทำให้มีการสร้างสิ่งคัดหลั่ง เช่น เสมหะ ออกมาในปริมาณมาก และมีการหดตัวของหลอดลมเนื่องจากการบวมของเยื่อบุหลอดลมและทางเดินหายใจต่างๆ ส่งผลให้เด็กมีอาการหอบ เหนื่อย และหายใจลำบากได้อย่างรวดเร็ว เชื้อนี้ติดต่อกันได้โดยการสัมผัสใกล้ชิดกับสิ่งคัดหลั่งต่างๆ ของผู้ป่วย เช่น น้ำมูก น้ำลาย เสมหะ